
รีวิว เที่ยวญี่ปุ่น ข้อมูล เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี บัตรเดินทาง IC Card อาหารญี่ปุ่น และ ข้อควรรู้ สิ่งน่ารู้ มารยาทที่ควรทราบ เมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่นข้อมูล เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ที่เพื่อนๆ จะได้อ่านด้านล่างนี้ จะเป็นข้อมูลที่เพื่อนๆ ไม่เจอในรีวิว หรือ ข้อมูล เที่ยวญี่ปุ่น ที่ไหน เช่น ข้อควรรู้ สิ่งน่ารู้ มารยาทที่ควรทราบ หรือ เมนูอาหาร ไปเที่ยวญี่ปุ่น กินอะไรดี หรือ เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี การเดินทางในญี่ปุ่น กับ บัตรเดินทาง IC Card หยกมั่นใจว่า นี่จะเป็น ข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่น ที่หลายคนกำลังมองหา ข้อมูลเที่ยวที่จะช่วยให้ชีวิตการท่อง เที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะเป็นการ เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก ของเพื่อนๆ นั้นง่ายยิ่งขึ้น และ สนุกมากขึ้นค่ะ ทั้งนี้ หากเพื่อนๆ มีข้อมูลใดๆ มาแบ่งปัน หรือ หยกให้รายละเอียดตรงไหนผิดพลาดไป เพื่อนๆ สามารถแบ่งปัน แนะนำ ติ เตือน ได้ที่คอมเม้นต์ด้านล่างเลยนะคะ หยกจะยินดีอย่างยิ่งเลยค่ะ





รีวิว เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง นี้ จะมีรายละเอียดดังหัวข้อต่อไปนี้นะคะ
- 1. เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง กับ ข้อควรรู้ สิ่งน่ารู้ มารยาทที่ควรทราบ เมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่น
- 2. ข้อมูลทั่วไป เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง วีซ่า เรทเงิน ปลั๊กไฟ ซิมการ์ด อินเตอร์เน็ต ภาษา เวลา
- 3. สภาพ อากาศในญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี
- 4. การเดินทางในญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
- 5. ที่เที่ยวในญี่ปุ่น (อิงข้อมูลเที่ยวจากที่ๆ หยกไปเที่ยวมานะคะ)
- Osaka โอซาก้า : เมืองแห่งความสนุกสนาน ไม่หยุดนิ่ง
- Kyoto โตเกียว : ดินแดนแห่งเสน่ห์ญี่ปุ่น
- Hakuba ฮาคุบะ : หมู่บ้านสวรรค์ของคนรักสกี และ ออนเซ็น
- Matsumoto มัตสึโมโต้ : เมืองแห่งเสน่ห์ และ ประวัติศาสตร์
- Sapporo ซัปโปโร : เมืองแห่งหิมะ เบียร์ ซีฟู๊ด และ เทศกาลสุดอลังการ
- Tokyo โตเกียว : เมืองแห่งความทันสมัย สีสัน และ ประสบการณ์สุดประทับใจ
- 6. ไปเที่ยวญี่ปุ่น กินอะไรดี
- 7. เที่ยวญี่ปุ่น พักไหน ทำเลดี เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าและรถใต้ดิน ราคาไม่แรง พันกลางๆ สองพันกว่า ไปถึง สี่พันปลายๆ
1. เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง กับ ข้อควรรู้ สิ่งน่ารู้ มารยาทที่ควรทราบ เมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่น
ข้อมูลต่างๆ น่ารู้ที่ด้านล่างนี้ มาจากประสบการณ์และการสังเกตระหว่าง เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ของหยก ใน 2 ทริป (ทริปละ 15 วัน ปลายเดือนกันยาถึงต้นตุลา ที่ Osaka และ Kyoto และ เดือนพฤศจิกายน ที่ Hakuba, Matsumoto และ Sapporo) ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆ อย่างแน่นอน หากเพื่อนๆ ต้องการแบ่งปันประสบการณ์ที่พบเจอระหว่างท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น เล่ามาให้ฟังที่คอมเม้นต์ด้านล่างได้เลยค่ะ
ข้อควรรู้ สิ่งน่ารู้ เมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่น
- เที่ยวญี่ปุ่น ปลอดภัยค่ะ ดูได้จากการที่หยกมักจะเห็น เด็กๆ ตัวเล็กๆ 7 – 8 ขวบได้มั้ง เดินทางไปกลับโรงเรียนเอง เห็นทั้งเดินทางด้วยรถสาธารณะเอง เดินไปไหนมาไหนเอง ข้ามถนนเอง ขึ้นรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดินเอง ด้วยความมั่นใจ โดยที่ไม่มีผู้ใหญ่คอยตาม
- หากคิดไม่ออกว่าจะกินอะไร เข้าซุปเปอร์ ร้านสะดวกซื้อ หรือ สถานีรถไฟใหญ่ๆ ค่ะ ร้านอาหาร ร้านค้า ที่มีของกินเพียบบบ
- ถ้าหลงทางหรือต้องการความช่วยเหลือใดๆ ในสถานีรถไฟขนาดเล็ก ที่ไม่แน่ใจว่าจะมีเจ้าหน้าที่ไหม ให้มองหาป้ายที่มี คำว่า “staffed” จะมีเจ้าหน้าที่อยู่ค่ะ
- บัตรโดยสารรถไฟ IC Card (หยกใช้ ICCOCA) นั้น ไม่สามารถใช้ได้กับการเดินทางด้วยรถไฟทั้งหมด ใช้กับใต้ดิน และ เมโทร ได้หมด แต่ใช้เดินทางจาก เกียวโต ไปสนามบิน Kyoto – Kansai Airport กรณีนี้ต้องซื้อตั๋วแยก เป็นต้น (อันนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่า กฎเกณฑ์คืออะไร ท่านใดต้องการแบ่งปันข้อมูล คอมเม้นต์ที่ด้านล่างได้เลยนะคะ จะยินดีอย่างยิ่งเลยค่ะ) ตอนเข้า อย่าลืม validate ตั๋วกับเครื่องนะคะ
- การซื้อตั๋วรถไฟ สามารถซื้อล่วงหน้าได้ค่ะ โดยระบุวันที่ที่ต้องการเดินทาง กรณีนี้ใช้ได้ดีกับการเดินทางไปสนามบินค่ะ จะได้ไม่เสี่ยงตกเครื่อง และจะได้ไม่เสียเวลารอคิวซื้อตั๋ว บางทีคิวซื้อตั๋วสามารถยาวได้ หรือบางทีตัวเราเองนี่แหละค่ะที่ใช้เวลาซื้อนาน
- ตู้รถไฟ จะมีแยกตู้สำหรับการจองที่นั่ง (Reserved) และ ตู้แบบไม่ได้จองที่นั่ง (Non-Reserved) ซื้อตั๋วประเภทไหน เลือกตู้นั่งให้ถูกประเภทตั๋วที่ซื้อนะคะ





ข้อควรรู้ สิ่งน่ารู้ เมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่น (ต่อ)
- การนั่งทานอาหารที่เคาน์เตอร์บาร์ เช่น ในร้านราเมน มักจะมีที่วางกระเป๋า อาจใต้โต๊ะ หรือ เป็นตะกร้าที่พื้น และ มักจะมีที่แขวนเสื้อ ที่ผนังด้านหลังเรา นะคะ
- ขนม เบเกอรี เครื่องดื่ม อาหาร หรือแม้แต่ไอติม ใน ร้านสะดวกซื้อ ที่มีอยู่เกือบทุก 3 แยก คือที่สุด น่ากินทุกอย่าง ราคาดี รองท้องได้หลายมื้อ ตัวเลือกเยอะ ลองได้ไม่เบื่อ
- หลายๆ อย่างในญี่ปุ่น มักจะมีป้ายเขียนอธิบายขั้นตอน ที่เยอะแยะ ยาวเหยียด แต่ชัดเจน และน่ารักมากตามสไตล์ญี่ปุ่นเลยค่ะ โดยมักจะมีการวาดเป็นตัวการ์ตูนและมีสีสันเพื่อช่วยอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย น่าอ่าน
- บางร้านอาหาร ที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวฮิตๆ ยังมีเมนูภาษาไทยอีกด้วยนะคะ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวใหญ่ๆ บางที่ ก็ยังมีแผ่นพับเป็นภาษาไทยให้เลือกอีกด้วยค่ะ





ข้อควรรู้ สิ่งน่ารู้ เมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่น (ต่อ)
- ร้านอาหาร ร้านขายของ มักมีรูปปั้นโมเดลขนาดยักษ์ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าขายอาหารประเภทใด ขายของอะไร เช่น รูปปู กุ้ง ปลา หรือ เนื้อย่าง
- Vending machine มีอยู่ทุกที่ ราคาไม่แพง ราคาสูงกว่าในร้านสะดวกซื้อนิดเดียว แต่สะดวกสบาย อยากดื่มอะไร เครื่องดื่มร้อนเย็น มีหมด ใช่แล้วค่ะ มีเครื่องดื่มร้อนด้วย สังเกตได้จากปุ่มกดจะเป็นสีแดง บางเครื่องจะระบุ “hot” กด แล้วดื่ม ได้ทันที ขายของกินก็มีค่ะ ไหนจะไอศกรีม เกี๊ยวซ่า ราเมน พิซซ่า (อาหารคาวทั้งหลาย กดออกมา จะเป็นอาหารแช่แข็งนะคะ แข็งโป๊กเลยค่ะ ทานไม่ได้ทันที อย่าคิดว่าหิวๆ แล้วจะกดเกี๊ยวซ่ามาทานนะคะ เข้าร้านสะดวกซื้อง่ายกว่าค่ะ)
- พกเหรียญ 100 เยนไว้เยอะๆ หากชอบกดซื้อเครื่องดื่ม จาก vending machine นะคะ





ข้อควรรู้ สิ่งน่ารู้ เมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่น (ต่อ)
- ห้องน้ำสาธารณะ มีทุกที่ ปวดเมื่อไหร่ ไม่ต้องอดต้องกลั้น มีห้องน้ำสาธารณะให้เข้าได้ทุกที่ ทั้ง subway, metro หรือ ร้านสะดวกซื้อ (ยกเว้น ร้านสะดวกซื้อ ในเขตท่องเที่ยวที่คนเยอะจริงๆ ซึ่งเค้าจะมีป้ายติดให้เห็นเลยว่า ไม่มีห้องน้ำบริการ) สะอาด มีกระดาษชำระให้ใช้ มีอ่างล้างมือพร้อมสบู่
- ห้องน้ำสาธารณะ ของผู้หญิง หลายแห่งจะมี โถปัสสาวะสำหรับเด็กผู้ชายอยู่ด้วยค่ะ ดังนั้นแล้ว การเห็นเด็กผู้ชายเดินเข้าห้องน้ำมากับคุณแม่ๆ จึงเป็นเรื่องปกติค่ะ ส่วนห้องน้ำผู้ชายเป็นยังไงไม่รู้ค่ะ ไม่เคยเข้า 55+ คอมเม้นต์แชร์ให้ทราบได้นะคะ
- ถังขยะ เป็นสิ่งที่หายากมากๆ ค่ะ แทบจะไม่เจอถังขยะตามถนนคนหนทางเลย ตามป้ายรถสาธารณะก็ไม่มี จะมีก็ที่ที่พัก, ร้านสะดวกซื้อ ทั้งนี้ คนญี่ปุ่นจริงจังกับการแยกขยะก่อนทิ้งมากๆ ค่ะ ถ้าเจอทีนี่จะอึ้ง มี 4-5 ถังแยกประเภทเลยทีเดียว จะทิ้งทีนี้นานยิ่งกว่าซื้อตั๋วรถไฟ จะงงแบบนี้แค่เฉพาะช่วงแรกๆ ค่ะ สักพักจะทราบว่าทิ้งอะไรลงถังไหน เพราะแต่ละถังมีการ label อย่างดี เป็นรูปภาพที่เข้าใจง่ายมากๆ (นับถือคนญี่ปุ่นจริงๆ ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นขั้นเป็นตอน สามารถอ่าน แล้วเข้าใจได้เอง เค้าคิดเผื่อคนอื่นๆ แล้วค่ะ)
- ถังขยะเฉพาะขวด เฉพาะกระป๋องเครื่องดื่มต่างๆ จะมีบริการใกล้ๆ vending machine โดยจะทิ้งขยะประเภทอื่นไม่ได้นะคะ ที่ถังขยะจะเป็นรูกลมๆ สำหรับหย่อนขวดเท่านั้น





ข้อควรรู้ สิ่งน่ารู้ เมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่น (ต่อ)
- ร้านราเมนส่วนใหญ่ จะมีตู้สั่งอาหารอยู่ทางเข้าร้าน กดสั่งเอง จ่ายตังค์เอง แล้วจะได้ตั๋วออกมา ยื่นให้พนักงาน แล้วนั่งรออาหารเลยค่ะ
- ตู้สั่งอาหาร น้อยที่จะมีภาษาอังกฤษ ก็ใช้กู้เกิ้ลแปลเอาค่ะ ก็ตื่นเต้นดีนะคะ ลุ้นๆ ไปอีกว่าที่เราสั่งไป จะหน้าตาแบบไหน 55+ ปกติหยกจะดูภาพในร้านจาก Google maps มาก่อน อยากทานประมาณไหนก็เซฟรูปอาหารไว้ แล้วพยายามสบตาคนในร้าน แล้วเอารูปให้ดู เค้าก็จะมาช่วยเราสั่งค่ะ ทั้งนี้ ร้านต้องคนไม่เยอะ และ ไม่ยุ่งนะคะ ส่วนใหญ่เทคนิคโชว์รูปนี้จะใช้ได้กับร้านที่ไม่ได้อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวค่ะ
- แนะนำอย่าใส่เสื้อสีอ่อนไปทานราเมน 55+ ร้านราเมนบางร้านจะมีผ้ากันเปื้อนที่ทำจากกระดาษให้ส่วมใส่ ป้องกันการกระเด็นของเส้นและซุปโดนเสื้อ
- การจ่ายเงินที่ supermarket หรือ ร้านสะดวกซื้อ หน้าที่ของแคชเชียร์ คือ คิดเงิน แค่นั้นค่ะ พอเค้าคิดเสร็จ เค้าจะส่งเราไปยังบู๊ทหรือเคาน์เตอร์จ่ายเงินที่อยู่ถัดไป พร้อมของในตะกร้าที่เราซื้อ เราจะต้องจ่ายเงินเอง กับเครื่องอัตโนมัติ (เงินสด หรือ บัตรเครดิต ได้หมด) และเราจะไม่แพ็คของตรงบริเวณนี้นะคะ จ่ายเสร็จ เราจะเดินไปอีกนิด ตรงบริเวณที่จัดไว้สำหรับแพ็คของเท่านั้น มักจะมีลักษณะเป็นโต๊ะใหญ่ๆ หรือ โต๊ะติดผนัง ค่ะ ทุกอย่างเป็นสัดเป็นส่วน
- คนญี่ปุ่นรณรงค์โลกร้อนกันค่ะ สังเกตได้ง่ายๆ จากเรื่องการแยกขยะ ดังนั้นแล้ว เรื่อง ถุงพลาสติก ตาม supermarket หรือ ร้านสะดวกซื้อ ก็เช่นกัน ไม่ฟรีนะคะ โดยที่แคชเชียร์จะถามเราว่า รับถุงไหม ถ้ารับ เค้าก็จะคิดเงินค่ะ ซึ่งเท่าที่สังเกต คนญี่ปุ่นจะพกถุงผ้ากันค่ะ เราในฐานะนักท่องเที่ยว ก็พกถุงผ้าไปนะคะ นอกจากจะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกแล้ว ยังช่วยประหยัดได้ด้วยค่ะ เอาเงินค่าถุงพลาสติกเหล่านี้ที่สะสมๆ ตลอดทริป มาแลกเปลี่ยนมาเป็นไอติม หรือ ขนมได้เลยนะคะ





มารยาทที่ควรทราบ เมื่อมา เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
- ขึ้นบันไดเลื่อนส่วนใหญ่จะยืนชิดซ้ายเสมอ แต่การเดินบนทางเท้าในเมือง แต่ละเมืองจะเดินชิดฝั่งที่ต่างกัน บางที่ชิดซ้าย บางที่ชิดขวา เรานักท่องเที่ยวก็ดูคนส่วนใหญ่ แล้วเดินตามเอาง่ายที่สุดค่ะ
- การเข้าแถว ต่อคิว การรอสัญญาณไฟก่อนข้ามถนน เป็นมารยาทที่สำคัญ แม้กระทั่งการเดินบนทางเดินเท้าที่จะแยกเดินเป็น 2 เลน ซ้าย และ ขวา ทั้งบางที่จะมีเลนจักรยาน มันก็จะเป็นเลนจักรยาน ไม่ใช่เลนคนเดินนะคะ สังเกตได้จากสัญลักษณ์จักรยานที่บนถนนค่ะ (เท่าที่หยกสังเกต มักจะเป็นเลนสีแดงค่ะ)
- เมื่อเข้าร้านอาหาร หรือ ร้านกาแฟ ตามมารยาทคนญี่ปุ่นแล้ว เราจะต้องรอให้พนักงานมาเชิญเราไปที่โต๊ะค่ะ (หากมีคิวก็รอตามคิวนะคะ เรื่องเข้าคิว คือเรื่องใหญ่ของคนที่นี่) ไม่ใช่ว่าเห็นโต๊ะว่าง แล้วมุ่งไปยังโต๊ะเลยนะคะ สบตาพนักงานในร้านนิดนึง ยิ้ม แล้วโค้งหัวทักทายนิดหน่อย ยกนิ้วแสดงจำนวนว่ามากันกี่คน แล้วเค้าจะจัดโต๊ะแล้วเรียกเราไปนั่งค่ะ
- ถอดรองเท้า หลายๆ สถานที่ท่องเที่ยว เราจะต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าค่ะ ซึ่งเราจะทราบได้เลยว่าต้องถอดรองเท้า จะมีป้ายบอกชัดเจน จะมีที่วางรองเท้าให้เห็นชัดเจน
- ก่อนเข้าบ้าน เข้าห้องพัก ใน ที่พักบางแห่ง จะต้องถอดรองเท้าเช่นกัน แล้วจะทราบได้ยังไงว่าที่ไหนหาบ้าง หากสังเกต เพื่อนๆ จะทราบได้เองเลยค่ะ หลายที่มักมีป้ายบอก บางที่อาจจะมีรองเท้าแตะใส่ในบ้านให้เปลี่ยนวางรอไว้ เป็นต้น หรือ อ่านกฎเกณฑ์ก่อนเข้าพัก





2. ข้อมูลทั่วไป เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง วีซ่า เรทเงิน ปลั๊กไฟ ซิมการ์ด อินเตอร์เน็ต ภาษา เวลา
วีซ่า
คนไทย เที่ยวญี่ปุ่น ฟรีวีซ่า 15 วันค่ะ อย่าลืมตรวจดูหนังสือเดินทางให้มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือน และ มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า ก่อนวันเดินทางนะคะ ทั้งนี้ ต้องทำการลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน Visit Japan Web ก่อนเดินทาง 1 – 2 วัน เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อย จะได้ QR Code เพื่อใช้แสดงในการเข้าประเทศญี่ปุ่น ให้แคปเจอร์หน้าจอไว้นะคะ โดยจะมี 2 QR Code คือ ของ ตม และ ของศุลกากร
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เดือนมิถุนายน 2567 คือ 1 JPY = 0.23 THB ค่ะ คิดง่ายๆ ของราคา 100 เยน ประมาณ 23 บาท | 1,000 เยน ประมาณ 230 บาท ค่ะ
ปลั๊กไฟ
ญี่ปุ่น ใช้ ปลั๊กเหมือนบ้านเราค่ะ 2 ขาแบนๆ บางที่ อาจเป็น 2 ขากลมๆ บางที่ จะเป็น แบบ 3 รู ที่มี 2 ขาแบน กับ 1 รูกลม
ซิมการ์ด อินเตอร์เน็ต
มา เที่ยวญี่ปุ่น หยกใช้ซิมไทย เปิดบริการโรมมิ่งค่ะ ของคุณพี่สีเขียว เน็ตดีไม่มีขาด ส่วนอินเตอร์เน็ตมีให้บริการในที่พัก และ ร้านกาแฟ ส่วนร้านอาหารนี่ไม่ทุกร้านที่มีบริการอินเตอร์เน็ตนะคะ
ภาษา
ญี่ปุ่นใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลักค่ะ ปัจจุบันคนญี่ปุ่นพอจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้าง โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และ ร้านสะดวกซื้อ ที่มีนักท่องเที่ยวผ่านไปเยอะๆ ทั้งนี้ ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หรือ ร้านอาหารในแหล่งฮิตๆๆๆ จะมีโบรชัวร์ หรือ เมนู เป็นภาษาไทย นะคะ บ่งบอกได้ว่าคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเยอะจริงๆ
เวลา
เวลาที่ญี่ปุ่น เร็วกว่า ที่ไทย 2 ชั่วโมง ค่ะ





3. สภาพ อากาศในญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี
อากาศที่ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นมี 4 ฤดูกาล คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และ ฤดูหนาว เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี ทำให้จริงๆ แล้วเราสามารถ เที่ยวญี่ปุ่น ได้ตลอดปี เพราะแต่ละฤดู มีเสน่ห์ บรรยากาศ และ ความสวยงามของธรรมชาติ ที่แตกต่างกันไป ขึ้นกับว่าแต่ละคนมองหาความสวยงาม และ สภาพ อากาศที่ญี่ปุ่น แบบไหน อยากเจอหิมะขาวๆ อยากไปเที่ยวในช่วงที่คนน้อยๆ ราคาไม่แพง อยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสี อยากเจอซากุระ เป็นต้น อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบไหน ก็เลือกช่วงเวลาให้ถูกใจ แล้ววางแผนไป เที่ยวญี่ปุ่น กันเลยค่ะ
โดยรวมแล้ว อากาศที่ญี่ปุ่น ค่อนข้างอบอุ่น แต่ด้วยลักษณะภูมิประเทศของญี่ปุ่นที่เป็นหมู่เกาะเรียงตัวเป็นแนวยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ และ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามากกว่าพื้นราบ ทำให้แต่ละที่มีความแตกต่างกันในเรื่องสภาพอากาศ เช่น ฮอกไกโด ที่อยู่เกาะเหนือสุด ช่วงฤดูหนาวอากาศจะหนาวจัด และ มีหิมะตก ในช่วงฤดูร้อนอากาศจะสบาย ไม่มีฝน ฤดูกาลเดียวกันที่ เกาะคิวชูและโอกินาว่า ทางตอนใต้ ช่วงฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็นแต่ไม่ถึงกับติดลบ ไม่มีหิมะ ในช่วงฤดูร้อน อากาศจะร้อนชื้น มีฝนตก เป็นต้น เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี ก็ขึ้นกับเพื่อนๆ แล้วนะคะ ว่ามองหา การ เที่ยวญี่ปุ่น ในแต่ละที่แต่ละเมืองแบบไหน ต้องการ สภาพ อากาศที่ญี่ปุ่น ยังไง
ฤดูใบไม้ผลิ : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
เป็นฤดูที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด ดอกไม้นานาชนิดกำลังผลิบาน สีสันสวยงาม อากาศสดใส และ เป็นช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวไม่ร้อนเกินไป อุณหภูมิเฉลี่ย 13 – 25 องศาเซลเซียส เช่น Tokyo และ Osaka โดยที่อุณหภูมิสามารถต่ำได้ถึง 2 – 10 องศาเซลเซียส ที่ Sapporo
ฤดูร้อน : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
อากาศจะร้อนชื้น และ ฝนตกมากในช่วงต้นฤดู (อย่าลืมพกร่มมานะคะ) อุณหภูมิเฉลี่ย 27 – 35 องศาเซลเซียส มาเที่ยวช่วงนี้จะมีราคาถูกกว่าช่วงอื่นๆ และ มีการจัดเทศกาลต่างๆ มากมาย เช่น เทศกาลดอกไม้ไฟ งานวัดต่างๆ ทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ได้ทำเพลินๆ ที่เราไม่คุ้นเคยว่ามีที่ญี่ปุ่น เช่น ท่องเที่ยวตามชายหาด ทะเลสาบ และ แม่น้ำต่างๆ รวมไปถึงการเล่นกระดานโต้คลื่น การอาบแดด การดำน้ำตื้น และ การล่องแก่ง
ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน
ฤดูใบไม้ร่วง เป็นอีกช่วงฮิตของการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ธรรมชาติจะรายล้อมไปด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งเขียว เหลือง ส้ม แดง อากาศช่วงนี้เย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ย 12 – 26 องศาเซลเซียส ช่วงนี้มีโอกาสเจอพายุไต้ฝุ่นได้นะคะ
ฤดูหนาว : เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์
อุณหภูมิเฉลี่ย 2 – 10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิติดลบในบางพื้นที่ ทางภาคเหนือมีหิมะตกมาก จนขาวโพลนไปหมด และ อุณหภูมิสามารถลดลงได้ถึง -6 องศาเซลเซียส หากมีลม อากาศจะยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่ ฤดูหนาวเป็นฤดูแห่งการเล่นหิมะ และ มีกิจกรรมฤดูหนาวสนุกๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สกี สโนว์บอร์ด หรือ แช่น้ำพุร้อนออนเซ็นท่ามกลางหิมะ
ดังนั้นแล้ว เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี ก็ขึ้นกับว่า เพื่อนๆ กำลังมองหาการท่องเที่ยวแบบไหนค่ะ ทั้งนี้ ฤดูที่ฮิตๆ ก็มี 2 ฤดูค่ะ คือ ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม และ ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน นะคะ





4. การเดินทางในญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
การเดินทางท่องเที่ยวภายในญี่ปุ่นนั้นง่าย และ สะดวกมากๆ ค่ะ รถไฟมีมากมายมีเกือบทุกที่ (การดูแผนผังสถานีรถไฟ อาจยากในช่วงแรกๆ แต่พอจับจุดได้ ก็เที่ยวได้สบายเลยค่ะ) ทั้งการเดินเท้ายังเป็นที่นิยมแม้สำหรับคนญี่ปุ่นเอง
บัตรโดยสารรถไฟ ทั้ง subway (ใต้ดิน) และ metro (บนดิน) ที่หยกใช้ตอนเที่ยวญี่ปุ่น คือ บัตรเดินทาง IC Card ค่ะ คล้ายๆ Rabbit Card บ้านเรา เติมเงิน แล้วติ๊ดเข้าติ๊ดออก เงินหมด ก็เติมเงิน ใช้ง่าย สะดวก ไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วรถไฟเป็นเที่ยวๆ และ ยังสามารถใช้ซื้อของตาม(บาง)ร้านสะดวกซื้อได้ค่ะ
บัตรเดินทาง IC Card เท่าที่ทราบ คือ มีอยู่ประมาณ 10 ชนิด แบ่งตามจังหวัดตามโซนที่ซื้อ ที่หยกได้มาคือ บัตร ICOCA ซึ่งหยกซื้อที่ Osaka โอซาก้า ค่ะ บัตรเดินทาง IC Card นี้เก็บได้ 10 ปี ใช้ได้ทั่วญี่ปุ่น (ย้ายโซนย้ายจังหวัดเที่ยว ไม่ต้องซื้อใหม่นะคะ)
ขั้นตอนการซื้อบัตรโดยสารรถไฟ บัตรเดินทาง IC Card
- ซื้อได้ที่ตู้อัตโนมัติ ที่มี คำว่า “IC” ที่เหนือหน้าจอ
- เลือกเมนู ภาษาอังกฤษ
- ซื้อ บัตรเดินทาง IC Card เป็นครั้งแรก เลือก “Card” (หยกไม่ถ่ายรูปขั้นตอนการซื้อมาค่ะ เท่าที่จำได้ ทำได้ตามหน้าจอที่บอกเลยค่ะ ชัดเจน ทำไม่ยาก มีค่ามัดจำ บัตรเดินทาง IC Card จำนวน 500 เยน จบทริปสามารถคืนบัตรเพื่อรับมัดจำ 500 เยนคืนได้ โดยหากมีเงินในบัตรเหลือ จะเสียค่าธรรมเนียม 220 เยน เพื่อขอรับเงินคืนค่ะ ถ้าไม่อยากเสีย 220 เยน ก็แค่ต้องใช้เงินให้หมด โดยเราสามารถใช้ บัตรเดินทาง IC Card นี้ ซื้อของตามร้านสะดวกซื้อ ที่รับการใช้จ่ายเงินผ่าน บัตรเดินทาง IC Card นี้ได้ด้วยค่ะ (คล้ายๆ บัตร Rabbit บ้านเรา ที่ใช้ซื้อของได้ด้วย)
- เติมเงิน เลือก “Charge IC” – ใส่บัตร – เลือกจำนวนเงินที่ต้องการเติม – ใส่เงิน – เลือกว่าต้องการใบเสร็จไหม “Receipt” คือต้องการ หรือ “No Receipt” คือไม่ต้องการ – รับบัตรคืน – จบ ขั้นตอนตรงไปตรงมา ง่ายมากนะคะ





5. ที่เที่ยวในญี่ปุ่น (อิงข้อมูลเที่ยวจากที่ๆ หยกไปเที่ยวมานะคะ)
ข้อมูล เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แต่ละจุด หยกเขียนเสร็จแล้ว หยกเอาลิ้งค์มาลงให้นะคะ
Osaka โอซาก้า : เมืองแห่งความสนุกสนาน ไม่หยุดนิ่ง
โอซาก้า เป็นเมืองที่ให้บรรยากาศที่แตกต่างจาก เกียวโต มากๆ ค่ะ โอซาก้า ขึ้นชื่อเรื่องความร่าเริง เป็นกันเอง มีความครึกครื้นตามท้องถนนมากกว่า ทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็น เมืองแห่งนักชิม มีแหล่งกินมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตลาด ร้านอาหารริมถนน หรือ ฟู้ดคอร์ท ตระเวนชิมจนพุงกางกันไปเลยค่ะ โอซาก้ามีแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนที่คึกคัก อย่างย่านโดทงโบริ (Dotonbori) เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสนุกสนาน มีความวุ่นวายที่ชวนให้ไม่เงียบเหงา มีชีวิตกลางคืนสุดมันส์ มีแหล่งช้อปปิ้งหลากหลาย ตั้งแต่ ร้านค้าแบรนด์เนม ไปจนถึง สินค้ามือสอง ราคาถูก เดินช้อปจนจุใจ แม้โอซาก้าจะขึ้นชื่อเรื่องความทันสมัย แต่ก็ยังมี แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และ ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เช่น ปราสาทโอซาก้า และ วัดชิเทนโนจิ
Kyoto โตเกียว : ดินแดนแห่งเสน่ห์ญี่ปุ่น
เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่น มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี เต็มไปด้วยวัดวาอาราม ศาลเจ้า และ ปราสาท ที่สวยงาม ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เกียวโต จึงเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่เพื่อนๆ จะได้สัมผัสวิถีชีวิต ประเพณี และ วัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใส่กิโมโน (kimono) หรือ การจัดสวนแบบญี่ปุ่น เกียวโตมีทัศนียภาพที่สวยงาม แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ทำให้คำถามที่ว่า เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี หากจะไปเที่ยวโตเกียว ก็เที่ยวได้ทุกฤดูเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ที่ซากุระบานสะพรั่งไปทั่วเมือง, ฤดูร้อน ที่มีเทศกาล สนุกสนาน, ฤดูใบไม้ร่วง ที่ใบไม้เปลี่ยนสี งดงามราวภาพวาด และ ฤดูหนาว ที่มีหิมะโปรยปราย โรแมนติก เกียวโต จึงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ และ รอคอยให้เพื่อนๆ ไปสัมผัสวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ ธรรมชาติอันงดงาม ที่จะประทับใจไม่รู้ลืมเลยค่ะ
Hakuba ฮาคุบะ : หมู่บ้านสวรรค์ของคนรักสกี และ ออนเซ็น
ฮาคุบะ ซ่อนตัวอยู่ท่ามเทือกเขา Alps อันงดงาม หมู่บ้านฮาคุบะ จังหวัดนากาโน่ Nagano ขึ้นชื่อเป็น สวรรค์ของคนรักสกี ไม่ว่าจะเป็น มือใหม่ หรือ สายลุย มี ลานสกี คุณภาพดี และ กิจกรรมฤดูหนาว สนุกสนาน ที่นี่จึงเป็นสวรรค์ของคนรักสกีและสโนว์บอร์ด ฮาคุบะ จึงมี หลายรีสอร์ทสกี ที่ชื่อดังๆ มากมาย พร้อมด้วย ลานสกี ที่รองรับ นักสกี ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็น มือใหม่ ที่ต้องการ เรียนรู้ หรือ สายลุย ที่มองหา ความท้าทาย นอกจากสกีแล้ว ฮาคุบะ ยังมี กิจกรรมฤดูหนาว สนุกสนาน อื่น ๆ เช่น สโนว์บอร์ด สโนว์โมบิล และ สโนว์ชู ด้วยค่ะ นอกจากนั้น ฮาคุบะ ยังมี เสน่ห์ของธรรมชาติอันงดงาม ไม่ว่าจะเป็น การเดินป่า สูดอากาศบริสุทธิ์ ท่ามเทือกเขา ที่หากไม่ชอบเดินป่า แค่ได้มาเดินเล่นรอบๆ หมู่บ้านก็ได้บรรยากาศ ได้เข้าถึงธรรมชาติสวยๆ ได้สัมผัสวิถีชีวิต และ วัฒนธรรม ของชาวญี่ปุ่น แล้วค่ะ ที่สำคัญที่หยกชอบมากคือ ที่หมู่บ้านเล็กๆ นี้ มี ออนเซ็นอยู่หลายแห่งเลยค่ะ การแช่ น้ำพุร้อน มันเป็นอะไรที่ สบายตัว ผ่อนคลาย มากที่สุดเลยนะคะ
Matsumoto มัตสึโมโต้ : เมืองแห่งเสน่ห์ และ ประวัติศาสตร์
มัตสึโมโต้ เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนากาโน่ Nagano มีวัฒนธรรมอันเก่าแก่ มีประเพณีที่น่าสนใจ ทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องความสวยงาม และ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น เทือกเขา Japanese Alps ไปสัมผัสธรรมชาติ อันงดงาม หรือ ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle – ปราสาทมัตสึโมโตะ) ปราสาทโบราณ ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งเป็น แลนด์มาร์คสำคัญของเมือง มีความงดงาม และ ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ปราสาทมัตสึโมโตะ หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองมัตสึโมโตะ (Matsumoto City Museum of Art – พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองมัตสึโมโตะ) เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะ เพลิดเพลินไปกับผลงานศิลปะของศิลปินชื่อดังหลายท่าน
Sapporo ซัปโปโร : เมืองแห่งหิมะ เบียร์ ซีฟู๊ด และ เทศกาลสุดอลังการ
ซัปโปโร มีชื่อเสียงโด่งดัง เรื่องเทศกาลหิมะซัปโปโร ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นสวรรค์ของคนรักเบียร์ เป็นแหล่งผลิตเบียร์อันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น มีโรงเบียร์ซัปโปโรอันโด่งดัง และ พิพิธภัณฑ์เบียร์ ที่เพื่อนๆ สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และ กรรมวิธีการผลิตเบียร์ พร้อมทั้ง ชิมเบียร์สดรสชาติเยี่ยม ซัปโปโร ยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่สวยงาม หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สวนสาธารณะ เทือกเขา และ ทะเลสาบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์ และ ทำกิจกรรมกลางแจ้ง นอกจากนี้ ซัปโปโร ยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสด เนื้อแกะ และ ราเม็งสูตรพิเศษ ที่ห้ามพลาดที่จะลิ้มลอง
Tokyo โตเกียว : เมืองแห่งความทันสมัย สีสัน และ ประสบการณ์สุดประทับใจ
โตเกียว เมืองหลวง ของประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นเมืองใหญ่ที่ผสมผสานระหว่าง วัฒนธรรมโบราณ และ ความทันสมัย อย่างลงตัว ทั้งประวัติศาสตร์ แหล่งช้อปปิ้ง อาหารเลิศรส หรือ สีสันชีวิตกลางคืนที่คึกคัก โตเกียวมีสิ่งที่น่าสนใจรอให้เพื่อนๆ มาค้นหาอยู่นะคะ (หยกกำลังจะไปเดือนสิงหาคมค่ะ เดี๋ยวเอารายละเอียดมาลงให้เพิ่มนะคะ)





6. ไปเที่ยวญี่ปุ่น กินอะไรดี
ประสบการณ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นของเพื่อนๆ จะไม่สมบูรณ์ หากไม่ได้ลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นรสเลิศ ไปดูกันเลยค่ะ ว่า ไปเที่ยวญี่ปุ่น กินอะไรดี อาหารญี่ปุ่น หลากหลายเมนูด้านล่างนี้ ที่เพื่อนๆ ต้องห้ามพลาดเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นนะคะ
อาหารญี่ปุ่น – ไปเที่ยวญี่ปุ่น กินอะไรดี
ราเมน (Ramen – Raa-men)
ราเมน เป็นอาหารเส้นยอดนิยมของญี่ปุ่น มีน้ำซุปเข้มข้นหลากหลายรสชาติ เช่น ซุปมิโซะ ซุปกระดูกหมู หรือซุปโชยุ เส้นราเมนเหนียวนุ่มพอดี ซดร้อนคล่องคอ มักเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่างหมูชาชู ไข่ต้มยางมะตูม ผัก และเครื่องปรุงรสต่างๆ
โอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki – Oh-ko-no-mi-ya-ki)
โอโคโนมิยากิ หรือ “พิซซ่าญี่ปุ่น” หรือ “แพนเค้กญี่ปุ่น” เป็นอาหารที่ทำจากแป้ง ไข่ กะหล่ำปลีฝอย ผสมกับเนื้อสัตว์ ชีส กิมจิ หรือวัตถุดิบอื่นๆ ตามชอบ เสิร์ฟร้อนบนกระทะร้อน ราดด้วยซอสดำและมายองเนส โรยด้วยปลาแห้ง (ที่ตอนแรกหยกนึกว่า หอมทอด 55+) ต้นหอมซอย และ/หรือ สาหร่าย เพลิดเพลินกับรสชาติและสัมผัสที่หลากหลายในคำเดียว อร่อยยย
อุด้ง (Udon – U-don)
อุด้ง เป็นเส้นก๋วยเตี๊ยวอีกชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น มีลักษณะเส้นหนา นุ่ม เหนียวกว่าราเมน มักเสิร์ฟแบบน้ำใส ใส่เครื่องเคียงต่างๆ เช่น เทมปุระ ไข่ต้ม ต้นหอมซอย และสาหร่าย น้ำซุปอุด้งมีความกลมกล่อม เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติแบบเรียบง่าย
โซบะ (Soba – So-ba)
โซบะ เป็นเส้นก๋วยเตี๊ยวที่ทำจากบัควีท มีสีน้ำตาล เส้นค่อนข้างเปราะบางกว่าเส้นอื่นๆ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ นิยมทานแบบร้อนหรือเย็น เส้นโซบะมักเสิร์ฟแยกกับน้ำซุป เวลาทาน ต้องแตะเส้นลงในน้ำซุปทีละคำ เพื่อป้องกันเส้นแฉะ น้ำซุปโซบะมักมีรสชาติออกไปทางเค็มและหวานอ่อนๆ บางคนอาจทานคู่กับวาซาบิเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อน
เทมปุระ (Tempura – Tem-pu-ra)
เทมปุระ เป็นอาหารทอดสไตล์ญี่ปุ่น โดยการนำอาหารทะเล ผัก หรือเนื้อสัตว์ ชุบแป้งเทมปุระสูตรพิเศษ แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ จนได้สีเหลืองทอง จุดเด่นของเทมปุระ คือ แป้งที่เบา กรอบ ไม่อมน้ำมัน ด้านในยังคงความสด หวานของวัตถุดิบ
ยากิโทริ (Yakitori – Ya-ki-to-ri)
ยากิโทริ เป็นไก่เสียบไม้ปิ้งย่าง ปรุงรสด้วยซอสสูตรต่างๆ หรือ อาจจะไม่ปรุงรสเลย เสิร์ฟร้อนๆ นิยมรับประทานคู่กับเครื่องดื่ม คล้ายๆ กับแกล้มค่ะ





ทงคัตสึ (Tonkatsu – Ton-kat-su)
ทงคัตสึเป็นเมนูหมูชุบแป้งทอด ชิ้นเนื้อหมูหนานุ่ม 裹 (ao – wrapped) ด้วยเกล็ดขนมปัง นำไปทอดจนเหลืองทอง ราดด้วยซอสทงคัตสึรสชาติเข้มข้น ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่น กะหล่ำปลีฝอย และ ซุปมิโซะ
กิวคัตสึ (Gyukatsu – Gyu-kat-su)
กิวคัตสึ เป็นเมนูเนื้อวัวนำไปชุบแป้งทอด คล้ายกับทงคัตสึ แต่เปลี่ยนจากเนื้อหมูเป็นเนื้อวัวแทน เสิร์ฟคู่กับซอสทงคัตสึรสชาติเข้มข้น ข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ กะหล่ำปลีฝอย และ ซุปมิโซะ
ทาโกะยากิ (Takoyaki – Ta-ko-ya-ki)
ทาโกะยากิ เป็นอาหารทานเล่นยอดนิยม ลักษณะเป็นลูกกลมๆ ทำจากแป้งเทมปุระ ไส้ด้านในเป็นปลาหมึกยักษ์ ราดด้วยซอสดำ มายองเนส โรยด้วยปลาแห้ง ต้นหอมซอย และ สาหร่าย ทาโกะยากิกรอบนอก นุ่มใน รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นปลาหมึกยักษ์ ซื้อแล้ว โปรดอย่าทานทันที ลิ้นไหม้ปากพองไม่รู้ตัวเลยนะคะ
คาราอาเกะ (Karaage – Ka-ra-a-ge)
คาราอาเกะเป็นไก่ทอดกรอบสไตล์ญี่ปุ่น เนื้อไก่หมักด้วยโชยุ มิริน ขิง และ กระเทียม เพื่อเพิ่มรสชาติ จากนั้นนำไปคลุกแป้งทอดกรอบ แล้วทอดจนเหลืองทอง คาราอาเกะมีเนื้อสัมผัสกรอบนอก นุ่มใน รสชาติเข้มข้น หอมเครื่องเทศ ทานกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ นี่ฟินเลยค่ะ
ข้าวแกงกะหรี่ (Curry Rice – Khao Gang Ka-ri)
ข้าวแกงกะหรี่เป็นอาหารยอดนิยมอีกชนิดหนึ่ง โดยนำแกงกะหรี่รสชาติเข้มข้น ราดบนข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ โรยด้วยเนื้อสัตว์ ผัก และเครื่องเคียงต่างๆ โดยเราสามารถเลือกความเผ็ดของแกงกะหรี่ได้ตามต้องการ





ซูชิ (Sushi – Su-shi)
ซูชิ เป็นอาหารญี่ปุ่นขึ้นชื่อ ทำจากข้าวญี่ปุ่นปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู ปั้นเป็นคำพอดีคำ ด้านบนวางหน้าด้วยปลาดิบ หรืออาหารทะเลอื่นๆ ซูชิมักเสิร์ฟพร้อมกับวาซาบิ โชยุ และ gari (ขิงดอง) เพื่อเพิ่มรสชาติ
ซาซิมิ (Sashimi – Sa-shi-mi)
ซาซิมิเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารทะเลสด หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เน้นความสด หวาน ของวัตถุดิบ มักรับประทานคู่กับโชยุ วาซาบิ และ เครื่องเคียงอื่นๆ
ชุดอาหารเบนโตะ (Bento Set – Chut Ah-harn Ben-toh)
ชุดอาหารเบนโตะ เป็นเหมือนกล่องข้าวญี่ปุ่น ประกอบด้วยข้าวญี่ปุ่น เนื้อสัตว์ ผัก ไข่ ซุป และ เครื่องเคียงต่างๆ จัดใส่ในภาชนะอย่างสวยงาม เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน ส่วนใหญ่จะคุ้มราคา





ขนมหวานญี่ปุ่น – ไปเที่ยวญี่ปุ่น กินอะไรดี
ไทยากิ (Taiyaki – Tai-ya-ki)
ไทยากิ เป็นขนมหวานรูปปลา ทำจากแป้ง ไส้ถั่วแดง คัสตาร์ด ชาเขียว หรือ ช็อคโกแลต มีลักษณะคล้ายวาฟเฟิล แต่เนื้อแป้งจะนุ่มกว่า ด้านนอกกรอบเล็กน้อย
โมจิ (Mochi – Mo-chi)
โมจิ เป็นขนมญี่ปุ่นดั้งเดิม ทำจากแป้งข้าวเหนียว มีลักษณะกลม เหนียวหนึบ รับประทานได้ทั้งแบบมีไส้ หรือ ไม่มีไส้ ไส้โมจิที่นิยม เช่น ถั่วแดง งาดำ กะทิ ชาเขียว
ดังโงะ (Dango – Dan-go)
ดังโงะ เป็นขนมโบราณอีกชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น ทำจากแป้งข้าวเหนียว ปั้นเป็นรูปทรงกลม เสียบไม้ เหมือนลูกชิ้น รับประทานคู่กับซอสหวาน
ไอศกรีมชาเขียว (Matcha – Green Tea Ice Cream)
ไอศกรีมชาเขียว เป็นไอศกรีมรสชาติยอดนิยมในญี่ปุ่น ทำจากนม ครีม ผสมผสานกับผงชาเขียวมัทฉะ มีสีเขียวสด เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด รสชาติหวานมัน ผสมกับกลิ่นหอม และ รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของชาเขียว
เซมเบ้ (Senbei – Rice Crackers)
เซมเบ้ เป็นขนมขบเคี้ยวกรอบแบน ทำจากข้าว มีหลายแบบ ทั้งแบบจืด แบบหวาน หรือ แบบมีรสชาติ บางสูตรอาจมีการปรุงรสด้วยโชยุ วาซาบิ มักนิยมทานคู่กับชา
ชาเขียว (Green Tea)
ชาเขียว เป็นเครื่องดื่มร้อนยอดนิยมของญี่ปุ่น ทำจากใบชาเขียวที่ผ่านกระบวนการอบไอน้ำ เพื่อคงสีสัน แล ะสารอาหาร ชาเขียวมีสีเขียวสด รสชาติบางเบา อมฝาดเล็กน้อย มีกลิ่นหอมสดชื่น ชาเขียวมีประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถช่วยผ่อนคลาย และเ พิ่มความสดชื่น





7. เที่ยวญี่ปุ่น พักไหน ทำเลดี เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าและรถใต้ดิน ราคาไม่แรง พันกลางๆ สองพันกว่า ไปถึง สี่พันปลายๆ
เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง พักไหนดี ทั้งนี้ ราคาที่พักเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ในแต่ละฤดูกาล แต่ละเทศกาล และ แต่ละอัตราแลกเปลี่ยน จะแตกต่างกันนะคะ เพื่อนๆ เช็คราคาก่อนแพลนกันอีกทีนะคะ
แนะนำ โรงแรม ที่พัก ใน Kyoto เกียวโต
ที่พัก เกียวโต Kyoto : เที่ยวเกียวโต พักที่ไหนดี ที่พักทำเลดี ราคาไม่แพง พันปลายๆ ก็มีเยอะแยะนะคะ ทั้งนี้ ราคาที่พักเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละฤดูกาล แต่ละเทศกาล และ แต่ละอัตราแลกเปลี่ยน จะแตกต่างกันนะคะ
เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบพักที่ที่มีบรรยากาศอบอุ่นแบบโฮสเทลแต่สะดวกสบายแบบโรงแรม หยกแนะนำที่นี่เลยค่ะ Imu Hotel Kyoto ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานี Karasuma เดินทางไปช้อปปิ้งหรือเที่ยว Gion ก็ง่ายมาก แถมมีคาเฟ่เล็กๆ ข้างล่างให้นั่งชิลด้วย ราคาต่อคืนเริ่มประมาณ 1,500–2,500 บาท ถือว่าคุ้มมากสำหรับทำเลกลางเมืองแบบนี้ค่ะ
ที่นี่คือความลงตัวของดีไซน์เก๋ๆ และความสะดวกสบายสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย อยู่ในย่าน Shijo ใกล้ตลาดนิชิกิและร้านอาหารท้องถิ่นแบบเดินถึงได้ เหมาะกับเพื่อนๆ ที่อยากสัมผัสเกียวโตในมุมของคนโลคอล ราคาประมาณ 2,000–3,000 บาทต่อคืน แต่บอกเลยว่าคุ้มกับคุณภาพและบรรยากาศแน่นอนค่ะ
ใครที่อยากพักที่เงียบๆ แต่ยังอยู่ใจกลางเมือง หยกแนะนำ insomnia Kyoto Oike เลยค่ะ เป็นโรงแรมเล็กๆ ที่ตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ดูดี มีความมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น อยู่ใกล้สถานี Karasuma Oike มาก เดินไปปราสาทนิโจหรือย่าน Kawaramachi ก็สบายๆ ราคาประมาณ 2,000–2,800 บาทต่อคืนค่ะ
ที่พักสไตล์อพาร์ตเมนต์ที่อบอุ่นมากๆ เหมาะกับเพื่อนๆ ที่มาเป็นคู่หรือมากันเป็นกลุ่มเล็กๆ มีครัวเล็กให้ใช้ด้วย อยู่ในย่านที่เงียบสงบ เดินทางสะดวกด้วยรถบัสและรถไฟใต้ดิน ราคาประมาณ 2,500–3,500 บาทต่อคืน คุ้มมากถ้าหารกันหลายคนค่ะ
ชื่อก็น่ารักแล้วใช่มั้ยคะ ที่นี่เป็นเรียวกังเล็กๆ ที่มีทั้งห้องแบบญี่ปุ่นและแบบตะวันตกให้เลือก อยู่ไม่ไกลจากสถานี Tambaguchi เงียบสงบแต่เดินไปย่านหลักๆ ก็ไม่ยากเลย ที่สำคัญมีบ่อออนเซ็นให้แช่ตอนเย็นด้วยนะคะ ฟินสุด ราคาต่อคืนประมาณ 2,000–3,000 บาท แล้วแต่ประเภทห้องค่ะ
ใครที่อยากสัมผัสเกียวโตในมุมที่เงียบสงบและเป็นท้องถิ่นจริงๆ ที่นี่เหมาะมากค่ะ บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านญี่ปุ่น มีสวนเล็กๆ ให้พักใจ อยู่ทางตอนใต้ของเมือง แต่เดินทางเข้าตัวเมืองได้ง่าย ราคาประมาณ 1,800–2,500 บาทต่อคืน เหมาะกับเพื่อนๆ ที่อยากพักผ่อนจริงๆ ค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ ชอบที่ไหนเป็นพิเศษ ลองจองล่วงหน้าไว้เลยนะคะ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสี ที่พักเต็มเร็วมาก หยกเชียร์ให้เลือกที่ตรงกับสไตล์การเที่ยวของตัวเอง แล้วเกียวโตจะกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่ในใจเพื่อนๆ ไปอีกนานเลยค่ะ
แนะนำ โรงแรม ที่พัก ใน Osaka โอซาก้า
楓ホテル302 (Kaede Hotel 302)
ห้องพักกว้างขวางแบบอพาร์ตเมนต์ อยู่ในย่าน Tennoji ที่เดินทางสะดวกมากๆ ใกล้ทั้งรถไฟฟ้าและแหล่งกินช้อปแบบท้องถิ่น เหมาะกับเพื่อนๆ ที่อยากพักสบายๆ มีครัวไว้ทำอาหารเอง และชอบความเป็นส่วนตัว ราคาประมาณ 2,000–2,800 บาทต่อคืน ถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับขนาดห้องและโลเคชันค่ะ
Apartment Hotel 11 Namba-Minami Ebisucho-Eki Mae
ชื่ออาจจะยาวแต่ทำเลคือดีมาก! อยู่ใกล้สถานี Ebisucho แบบเดินแค่ไม่กี่ก้าว จะไป Dotonbori, Namba, หรือ Shinsekai ก็ง่ายสุดๆ ที่พักเป็นแบบห้องอพาร์ตเมนต์ มีเครื่องซักผ้า ครัวครบ ถูกใจสายเที่ยวแบบอยู่ยาวๆ แน่นอน ราคาประมาณ 2,200–3,200 บาท แล้วแต่ฤดูกาลค่ะ
ที่นี่เน้นสไตล์เรียบหรู อยู่แถว Nipponbashi ซึ่งเป็นโซนที่สายกินและสายโอตาคุต้องหลงรัก เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟใต้ดิน แถมยังอยู่ไม่ไกลจาก Kuromon Market ด้วยนะคะ ห้องพักใหม่ สะอาด และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ราคาประมาณ 2,500–3,500 บาทต่อคืน คุ้มมากสำหรับโลเคชันระดับนี้ค่ะ
ชื่อเก๋ สไตล์ก็เก๋ตามเลยค่ะ ที่นี่ตกแต่งแบบโมเดิร์นญี่ปุ่น มีความอาร์ตนิดๆ แต่ยังดูอบอุ่น เหมาะกับเพื่อนๆ ที่ชอบถ่ายรูปลง IG เพราะทุกมุมคือ aesthetic มาก อยู่ไม่ไกลจาก Shinsaibashi และ Dotonbori เดินเล่นได้แบบไม่เหนื่อย ราคาประมาณ 2,000–3,000 บาทต่อคืนค่ะ
ESLEAD HOTEL Osaka Nipponbashi
โรงแรมนี้เหมาะกับเพื่อนๆ ที่มากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเล็กๆ เพราะห้องใหญ่ มีครัว และเครื่องซักผ้าในตัว พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง อยู่ใกล้สถานี Nipponbashi เดินไปตลาดคุโรมงได้เลย และไม่ไกลจาก Namba ด้วยค่ะ ราคาประมาณ 2,800–4,000 บาท แล้วแต่ช่วงเวลาค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ เน้นเดินทางง่าย ใกล้ของกินเยอะๆ และอยากพักแบบเป็นส่วนตัว หยกแนะนำพวกที่พักสไตล์อพาร์ตเมนต์ที่มีเครื่องซักผ้าและครัวจะตอบโจทย์สุดๆ เลยค่ะ แล้ว โอซาก้า ก็มีความสนุกและวุ่นวายที่น่ารักไม่เหมือนใคร แค่เลือกที่พักดีๆ ก็ช่วยให้ทริปสมบูรณ์ไปอีกขั้นนะคะ





แนะนำ โรงแรม ที่พัก ใน ซับโปโร Sapporo
plat hostel keikyu sapporo ichiba
ถ้ามากันหลายคน หรือครอบครัวใหญ่ที่อยากประหยัดงบ หยกบอกเลยว่า ที่นี่เหมาะมากกกก เป็นโฮสเทลที่สะอาด มีห้องครอบครัวแบบเตียงสองชั้นนอนได้หลายคน ห้องน้ำรวมแต่สะอาดและดูแลดี ที่สำคัญคือทำเลดี ใกล้ตลาดปลา เดินเล่นหาอะไรกินง่ายมาก ราคาตกคนละประมาณ 500–600 บาท คุ้มเกินคุ้มค่ะ เหมาะกับเพื่อนๆ ที่เน้นนอนสบาย ประหยัด แล้วเอาเงินไปกินของอร่อย
โรงแรมใหญ่ ทำเลดี อยู่ใกล้สถานี Nakajima-Koen เดินทางเข้า Susukino ได้ง่ายมาก ห้องพักสบาย กว้างขวางตามสไตล์โรงแรมญี่ปุ่นระดับ 4 ดาว เหมาะกับเพื่อนๆ ที่อยากพักแบบสบายๆ มีมาตรฐาน ราคาประมาณ 2,500–3,500 บาทต่อคืน เหมาะกับคู่รักหรือครอบครัวที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวค่ะ
HOTEL MYSTAYS Sapporo Susukino
ใครชอบย่าน Susukino ที่มีร้านกินดื่มให้เลือกเยอะจนเลือกไม่ถูก ที่นี่คือคำตอบค่ะ โรงแรมสะอาด ห้องไม่เล็กเกินไป มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ อยู่ห่างจากรถไฟใต้ดินแค่เดินไม่กี่นาที ราคาประมาณ 1,800–2,800 บาทต่อคืน คุ้มมากสำหรับโลเคชันนี้
โรงแรมขนาดกลางที่อยู่ในย่านกลางเมือง ใกล้ Tanukikoji Shopping Street เดินทางง่าย ใกล้แหล่งช้อปและร้านอาหาร ห้องพักตกแต่งอบอุ่น มีความโมเดิร์นเล็กๆ เหมาะกับทั้งสายชิลและสายเดิน ราคาประมาณ 2,000–3,000 บาทต่อคืนค่ะ
ห้องพักที่นี่เหมือนอพาร์ตเมนต์มากกว่ารูปแบบโรงแรมทั่วไป มีครัวเล็กๆ และเครื่องซักผ้า เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่อยู่นานหน่อย หรืออยากทำอาหารกินเอง มีความเป็นส่วนตัวสูง อยู่ใกล้ Nakajima Park เดินเล่นเพลินมาก ราคาประมาณ 2,000–3,200 บาทค่ะ
Sapporo Stay Nakajima Park (ราคาเริ่มต้น สองพันต้นๆ, มีห้องครอบครัวด้วยค่ะ ห้องใหญ่ คุ้มราคา ตกคนละ พันกว่าบาท)
ชื่อก็บอกแล้วว่าใกล้ Nakajima Park ที่นี่เหมาะกับสายธรรมชาติ ชอบบรรยากาศสงบแต่ยังเดินทางเข้าเมืองง่าย ตัวห้องตกแต่งเรียบง่าย อบอุ่น เป็นอพาร์ตเมนต์สไตล์ มีห้องขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวด้วยนะคะ ห้องใหญ่ คุ้มราคา เฉลี่ยต่อคนแล้วราคาดีเชียวค่ะ ราคาประมาณ 2,000–3,000 บาทต่อคืน ขึ้นอยู่กับประเภทห้องค่ะ
เพื่อนๆ ที่จะไปซัปโปโร หยกแนะนำว่าลองดูว่าทริปของตัวเองเน้นอะไร ถ้าอยากประหยัดและมาเป็นแก๊ง โฮสเทลคือคุ้มสุด แต่ถ้าอยากพักสบายๆ แบบมีพื้นที่ส่วนตัว ก็มีตัวเลือกเยอะมากที่ราคาไม่แรงค่ะ แล้วซัปโปโรน่าอยู่จริงๆ อาหารดี คนใจดี บรรยากาศดีสุดๆ ไปเลยค่ะ
แนะนำ โรงแรม ที่พัก ใน โตเกียว Tokyo
ที่พักใน โตเกียว Tokyo ราคาสูงมากๆ ค่ะ ราคาดีๆ ที่พักรีวิวดี ดูสะอาด น่าอยู่ ทำเลดีๆ ใกล้รถไฟฟ้าหรือใต้ดินที่หยกหามาได้ มีมาแนะนำ ดังนี้ค่ะ (เช็คราคากันอีกทีนะคะ)
โรงแรมเล็กๆ แต่ตกแต่งดูดี เรียบหรู มีความมินิมอลแบบญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่าน Arakawa เงียบสงบ แต่เดินทางสะดวก ใกล้สถานีรถไฟหลายสาย รวมถึง JR และ Metro เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากพักผ่อนจริงๆ หลังจากเที่ยวมาทั้งวัน ราคาต่อคืนเริ่มประมาณ 2,400–2,800 บาท คุ้มมากถ้าเทียบกับคุณภาพที่ได้ค่ะ
ใครที่อยากสัมผัสโตเกียวในมุมที่ไม่วุ่นวายเกินไป และยังได้ฟีลโลคอลหน่อยๆ หยกแนะนำที่นี่เลย อยู่ใกล้สถานี Nippori เดินทางเข้าเมืองหรือไปสนามบินก็สะดวก ห้องพักใหม่ สะอาด มีครัวให้ทำอาหารง่ายๆ เหมาะกับสาย budget ที่อยากความเป็นส่วนตัว ราคาประมาณ 2,800–3,000 บาทต่อคืนค่ะ
สายเที่ยวแบบเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน 4–6 คน ที่อยากได้ทั้งความเป็นส่วนตัวและความคุ้ม ต้องที่นี่เลยค่ะ เป็นอพาร์ตเมนต์ 3 ห้องนอน มีห้องนั่งเล่นและครัวครบ อยู่ใกล้ย่าน Ueno เดินทางไปสวน Ueno หรือ Ameyoko ง่ายมาก ราคาต่อคืนประมาณ 12,000 บาท หารกันแล้วตกคนละสองพันต้นๆ เองค่ะ คุ้มมาก
บ้านพักแบบ private สำหรับครอบครัวหรือแก๊งเพื่อนที่อยากพักสบายๆ เหมือนอยู่บ้านตัวเอง มีห้องนอนหลายห้อง ครัวครบ เครื่องซักผ้าก็มี อยู่ในย่าน Ueno ใกล้ทั้ง JR Yamanote และ Metro Ginza จะไป Ueno Park หรือ Ameyoko ก็เดินได้เลย ราคาประมาณ 5,000 บาทต่อคืน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักหลายคืนแบบชิลๆ ค่ะ
ทำเลดีงามมาก อยู่ใกล้ย่าน Shinjuku เดินทางไปไหนก็สะดวก ที่พักเป็นแบบสตูดิโอขนาดพอเหมาะ เหมาะสำหรับคู่รักหรือเพื่อน 2–3 คนที่อยากพักใกล้แหล่งช้อป ชิม ชิล ราคาประมาณ 5,200–5,800 บาทต่อคืน สะดวก ปลอดภัย และมีร้านอาหารรอบๆ เพียบค่ะ
สายอาร์ต สายคาเฟ่ สาย IG ต้องลองพักที่นี่! ดีไซน์สวย มีความมินิมอลแบบคิดมาแล้วทุกมุม อยู่ในย่าน Kuramae ใกล้ Asakusa และแม่น้ำ Sumida บรรยากาศดีมากๆ ที่พักตกแต่งเก๋ทุกห้อง ถ่ายรูปยังไงก็ดูดี ราคาประมาณ 5,500–6,000 บาทต่อคืนค่ะ
เพื่อนๆ ที่วางแผนเที่ยวโตเกียว อย่าลืมดูด้วยว่าทริปของเราจะเน้นเที่ยวหนักหรือพักชิล เพราะแต่ละที่มีความเหมาะต่างกันไปเลยค่ะ หยกว่าแค่ได้พักในที่พักที่น่าพักชื่นชอบ ทริปก็มีความสุขไปอีกระดับแล้วนะคะ





รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น นี้ มี ข้อมูล เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ที่เพื่อนๆ สามารถ เที่ยวญี่ปุ่น ได้เอง อย่างสบายใจ ทั้งเรื่องอาหารญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่น กินอะไรดี หรือ อากาศที่ญี่ปุ่น แต่ละฤดูเป็นยังไง เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี หรือ การเดินทางในญี่ปุ่น กับ บัตรเดินทาง IC Card


มีข้อสงสัย คำถาม หรือ อยากแชร์เรื่องเที่ยว คอมเม้นต์ที่ช่องนี้ได้เลยค่ะ