
บทความที่เพื่อนๆ จะได้อ่านที่ด้านล่างนี้ คือ รีวิว เที่ยวเกียวโต ที่หยกจัดทำขึ้นมา ที่มี แผนเที่ยวเกียวโต 3 วันเต็ม ค่าเข้า เวลาเปิดปิด ที่ยังสอดแทรกทริปเดินเบาๆ ให้ไม่ทิ้งสไตล์การท่องเที่ยวของหยกด้วยค่ะ ที่มีทั้งเดินชมวิว และ เดินในเมือง ด้วยการแพลนแต่ละที่เที่ยวที่ใกล้ๆ กัน เดินถึงกันได้ ทำให้ไม่ต้องนั่งรถสาธารณะ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลยค่ะ, การเดินทาง เกียวโต และ แนะนำ ที่พัก เกียวโต ทำเลดี ใกล้สถานีรถไฟ เดินทางสะดวก และ ราคาไม่แพง ค่ะ
นอกจากนี้ เพื่อนๆ ยังสามารถ อ่านรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นได้ที่ลิ้งค์นี้ ที่มีข้อมูลที่มีประโยชน์มากมายที่ทำให้เพื่อนๆ สามารถ เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองได้อย่างง่ายๆ เลยค่ะ ทั้งยังมี
- ข้อมูลทั่วไป ตั้งแต่ วีซ่า กรอกฟอร์มออนไลน์เข้าญี่ปุ่น อินเตอร์เน็ต แลกเงิน ปลั๊กไฟ
- การเดินทาง บัตร IC Card ซื้อที่ไหน ใช้ยังไง
- ข้อควรรู้ ควรปฏิบัติ มารยาท ที่ไม่มีใครบอกให้ทราบ
- แนะนำจานอาหารญี่ปุ่นต่างๆ อะไรชื่ออะไร คืออะไร
- แนะนำที่พักในเมืองอื่นๆ เช่น ที่พักในโตเกียว, โอซาก้า, มัตสิโมโต้ และ ซัปโปโร เป็นต้น ค่ะ
- และข้อมูลอีกมากมาย ที่จะทำให้การเที่ยวญี่ปุ่นของเพื่อนๆ ง่าย และ สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
รีวิว เที่ยวเกียวโต จะมีรายละเอียดของหัวข้อต่อไปนี้ค่ะ เพื่อนๆ สามารถคลิกที่หัวข้อที่สนใจเพื่ออ่านได้เลยนะคะ
- 1. เกียวโต Kyoto อยู่ที่ไหน มีอะไร
- 2. การเดินทาง เกียวโต จาก โตเกียว และ การเดินทาง เกียวโต จาก โอซาก้า ง่ายนิดเดียว
- 3. แผนเที่ยวเกียวโต 3 วัน รวมทั้ง ค่าเข้า เวลาเปิด-ปิด และ การเดินทาง
- แผนเที่ยวเกียวโต 3 วัน : เที่ยวเกียวโต วันที่ 1 Fushimi Inari Shrine (ฟรี) + Summit Mt.Inari (ฟรี) – มื้อเที่ยง ลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ Nishiki Market – Viewpoint (Higashiyama) – Hanamikoji Street – Gion – Yasaka Shrine
- แผนเที่ยวเกียวโต 3 วัน : เที่ยวเกียวโต วันที่ 2 Shugakuin Imperial Villa พระตำหนักชุงะคุอิน (ห้ามพลาด) – Kyoto Tower – Shopping at Kyoto Station + Aeon Mall
- แผนเที่ยวเกียวโต 3 วัน : เที่ยวเกียวโต วันที่ 3 Arashiyama Bamboo Forest – Kinkaku-ji – Ryoan-ji – Ninna-ji – Nijo Castle
- 4. แนะนำ โรงแรม ที่พัก เกียวโต Kyoto ใกล้สถานีรถไฟ ราคาไม่แพง





1. เกียวโต Kyoto อยู่ที่ไหน มีอะไร
เกียวโต Kyoto อยู่ไหน? มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง? บอกเลยว่า ดีต่อใจมากๆ เป็นเมืองที่ปังสุดๆ ในญี่ปุ่น ใครมาเที่ยวรับรองฟินเวอร์แน่นอน Kyoto โตเกียว ดินแดนแห่งเสน่ห์ญี่ปุ่น ชวนเพื่อนๆ เที่ยวเกียวโต ไปสัมผัสหัวใจอันงดงามของแดนอาทิตย์อุทัย เกียวโต Kyoto กันค่ะ เมืองหลวงเก่าแก่แห่งนี้ เปรียบเสมือนเครื่องย้อนเวลา ที่จะพาเพื่อนๆ ย้อนเวลากลับไปสู่อดีตอันรุ่งเรือง สัมผัสวัฒนธรรม ศิลปะ และ สถาปัตยกรรมดั้งเดิม ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่น มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี เต็มไปด้วยวัดวาอาราม ศาลเจ้า และ ปราสาท ที่สวยงาม ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เกียวโต จึงเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ที่เพื่อนๆ จะได้สัมผัสวิถีชีวิต ประเพณี และ วัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใส่กิโมโน (kimono) หรือ การจัดสวนแบบญี่ปุ่น เกียวโตมีทัศนียภาพที่สวยงาม แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ที่ซากุระบานสะพรั่งไปทั่วเมือง, ฤดูร้อน ที่มีเทศกาล สนุกสนาน, ฤดูใบไม้ร่วง ที่ใบไม้เปลี่ยนสี งดงามราวภาพวาด และ ฤดูหนาว ที่มีหิมะโปรยปราย โรแมนติก เกียวโต จึงเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ และ รอคอยให้เพื่อนๆ ไปสัมผัสวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และ ธรรมชาติอันงดงาม ที่จะประทับใจไม่รู้ลืมเลยค่ะ
2. การเดินทาง เกียวโต จาก โตเกียว และ การเดินทาง เกียวโต จาก โอซาก้า ง่ายนิดเดียว
การเดินทาง เกียวโต Kyoto จาก โตเกียว Tokyo โดยรถไฟ ซึ่งมีหลายสาย หลายแบบ หลากราคาให้เลือกมากๆ ค่ะ ขึ้นจาก สถานี Tokyo นั่งไปยังสถานี Kyoto ค่ะ (ใช้เวลาประมาณ 2.5 ชั่วโมง)
การเดินทาง เกียวโต Kyoto จาก โอซาก้า Osaka ขึ้นจาก สถานี Shin-Osaka นั่งไปยังสถานี Kyoto (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)





3. แผนเที่ยวเกียวโต 3 วัน รวมทั้ง ค่าเข้า เวลาเปิด-ปิด และ การเดินทาง
หมายเหตุ ก่อนเดินทาง เที่ยวเกียวโต หยกขออนุญาตแนะนำให้เพื่อนๆ ตรวจสอบ ค่าเข้า วันเวลาเปิดปิด และ ข้อมูลต่างๆ ของแต่ละสถานที่อีกทีนะคะ ค่าเข้าอาจขึ้นได้ และ วันเวลาเปิดปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากตอนที่หยกเขียนบทความนี้ค่ะ โดยอาจขึ้นกับฤดูกาล, เทศกาล, วันสำคัญของญี่ปุ่น หรือ อาจมีการปิดปรับปรุงได้นะคะ
นี่คือ แผนการเที่ยวเกียวโต 3 วันเต็ม พร้อมแล้วก็ไปกันเลยค่ะ
แผนเที่ยวเกียวโต 3 วัน : เที่ยวเกียวโต วันที่ 1 Fushimi Inari Shrine (ฟรี) + Summit Mt.Inari (ฟรี) – มื้อเที่ยง ลิ้มรสอาหารทะเลสดๆ Nishiki Market – Viewpoint (Higashiyama) – Hanamikoji Street – Gion – Yasaka Shrine
Fushimi Inari-taisha ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะ หรือ Fushimi Inari Shrine ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ
มา เที่ยวเกียวโต แล้วต้องแวะมาเยือน ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ หรือ Fushimi Inari Shrine กันเถอะค่ะ ที่นี่มีเสาโทริอิแดงเรียงรายเป็นอุโมงค์ยาวเหยียดราวกับไม่มีที่สิ้นสุด สวยจนต้องร้องว้าว ให้ได้นะคะ ศาลเจ้าดังของเกียวโต ที่สร้างขึ้นเพื่อบูชา เทพอินาริ (Inari) เทพเจ้าแห่งกสิกรรม ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ศาลเจ้าฟุชิมิ อินารินี้ ถือว่าเป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดของเทพอินาริ และ มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 1,300 ปีทีเดียว
ไฮไลท์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกแห่มา เที่ยว Fushimi Inari-taisha ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะ อย่างได้ขาดสายก็คือ เสาโทริอิสีแดง สิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียวโต ที่มีเป็นนับเป็นพันๆ หมื่นๆ ต้น ที่ตั้งเรียงรายติดๆ กัน จนกลายเป็นอุโมงค์เสาโทริอิที่มีความยาวถึง 4 กิโลเมตรนั่นเองค่ะ ซึ่งชาวบ้านเรียกกันโดยทั่วไปว่า “โออินาริซัง” ซึ่งยาวไปจนเกือบถึงยอดเขา Inari ค่ะ
Summit of Mt. Inari
มาถึง Fushimi Inari Shrine แล้ว หากมีเวลาและอยากออกกำลังกายสักหน่อย หรือ อยากถ่ายรูปกับเสาแดงๆ แบบคนน้อยๆ หยกแนะนำให้เดินไปอีกนิดดดด ไป summit ยอดเขา Inari กันค่ะ ทางเดินขึ้นมี 2 ทาง คือ ไปตามทาง เสาโทริอิสีแดง ยาวไปถึงด้านบนเลยค่ะ (คนส่วนใหญ่เดินทางนี้ค่ะ) หรือ แยกออกไปเดินเทรลดิน (คนน้อย แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงนะคะ เพราะมีป้ายบอกทางอยู่ตลอดค่ะ) ส่วนหยกนั้นเดินขึ้นเทรลดิน แล้วเดินลงตามทาง เสาสีแดงค่ะ ก็ได้เดินเป็นลูป คนส่วนใหญ่จะเดินขึ้นลงทางเดิม คือ ทางเสาสีแดง
- ค่าเข้า : ไม่มี
- เวลาเปิด-ปิด : ไม่มี
- การเดินทาง : นั่งรถไฟ Nara Line ลงที่สถานี Inari ศาลเจ้าจะอยู่ด้านหน้าสถานีเลย





Nishiki Market ตลาดนิชิกิ
ตลาดนิชิกิ หรือ Nishiki Market นี่เป็นสวรรค์ของคนรักอาหารจริงๆ มีแต่ของอร่อยเพียบ แต่ระวังให้ดีนะคะ ถ้าเพื่อนๆ ตะเวนกินจนเพลิน อาจหลงอยู่ในตลาดนี้ทั้งวันก็ได้นะคะ อิอิ แนะนำให้พกแผนที่หรือจับจุดสังเกตไว้ด้วยนะคะ ตลาดนิชิกินี่ถูกใจสายกินแน่ค่ะ โดยเฉพาะอาหารทะเล ปลาดิบ ซาซิมิ กับตลาดบนถนนสายยาวกว่า 400 เมตร มีร้านรวงมากกว่า 100 ร้านค้าเลยนะคะ นอกจากอาหารทะเลสดๆ แล้ว ยังมีขนมหวานพื้นเมือง พืช ผัก ผักดอง และ ผลไม้สด ด้วยค่ะ
- ค่าเข้า : ไม่มี
- เวลาเปิด-ปิด : ร้านค้าแต่ละร้านเปิดปิดต่างกัน โดยทั่วไป 09.00 – 17.00 น. โดยแต่ละร้านจะมีวันปิดร้านสลับกันไป แต่ด้วยความที่ร้านค้าเยอะมากๆ ร้านที่ปิดจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับนักท่องเที่ยวค่ะ
- การเดินทาง : ไป Nishiki Market นั่งรถไฟได้ 2 สาย คือ
- นั่งรถไฟ Karasuma Line ลงที่ สถานี Shijo เดินประมาณ 5 นาที
- นั่งรถไฟ Hankyu Line ลงที่ สถานี Karasuma หรือ สถานี Kawaramachi เดินประมาณ 5 นาที





Higashiyama ย่านฮิกาชิยาม่า
Nishiki Market อยู่ในย่านเดียวกันกับ – Higashiyama – Hanamikoji Street – Gion ค่ะ เดินเล่น ช้อปปิ้ง ทานขนม ถ่ายรูปสวยๆ ได้เลยค่ะ ย่านนี้ในยามค่ำคืนยังครึกครื้นอีกด้วย ร้านอาหารหลากหลายมากมาย ตัวเลือกเยอะจนเลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าเย็นนี้จะทานอะไรดี
ย่านฮิกาชิยาม่า (Higashiyama) เป็นย่านถนนโบราณสำหรับมาเดินเล่นชิล ๆ ถ่ายรูปกับบรรยากาศยุคเอโดะโบราณ โดยเฉพาะบริเวณทางเดินไปจนถึง ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) นั้นเป็นทางเดินที่เต็มไปด้วยบ้านไม้สวยงาม ทรงโบราณแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม มีร้านค้าขายของ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ให้บริการเป็นระยะๆ ใครที่หลงใหลความสวยงามของเมืองเก่า บ้านเก่า ต้องชอบที่นี่มากแน่ๆ ทีเดียว มาเดินเที่ยวถ่ายรูปสวยๆ กันได้เลยค่ะ
- ค่าเข้า : ไม่มี
- เวลาเปิด-ปิด : ร้านค้าจะเปิดประมาณ 09.00 – 18.00 น.
Gion ย่านกิออน – Gion Corner โรงละคร
สัมผัสความเป็นญี่ปุ่น ที่ ย่านกิออน หรือ Gion นี่แหละ ที่คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแท้ๆ นอกจากบ้านไม้โบราณสวยๆ แล้ว ยังมีร้านขนมญี่ปุ่นแสนอร่อยที่คนไทยต้องลอง อย่าง “มัทฉะพาราไดซ์” ที่มีขนมและเครื่องดื่มรสชาเขียวให้เลือกจนตาลายเชียวล่ะ บริเวณใกล้กันจะมีศาลเจ้ามากมาย มีวัดเคนนินจิ และ แม่น้ำคาโมะ เดินเล่น เดินกิน แวะไหว้พระ ถ่ายรูปได้ยาวๆ เลย ทั้งเรายังสามารถพบเจอสาวงามเกอิชา Geisha ในชุดกิโมโนดั้งเดิมสีสดใส ได้ที่ ย่านกิออน (Gion) ด้วยค่ะ หากเพื่อนๆ อยากชมการแสดงเกอิชา สามารถไปชมได้ที่ Gion Corner โรงละครแสดงศิลปะของญี่ปุ่น ที่อยู่ในละแวกเดียวกัน
- ค่าเข้า Gion ย่านกิออน : ไม่มี
- เวลาเปิด-ปิด : ส่วนใหญ่ร้านค้าจะเปิดประมาณ 11.00 – 21.00 น.
- ค่าเข้า Gion Corner : Premium 6,600 JPY | Normal 5,500 JPY | Normal+ชาญี่ปุ่น+ขนมหวาน 6,050 JPY
- เวลาเปิด-ปิด : ทุกเย็น มี 2 รอบ คือ 18.00 น. และ 19.00 น. รอบละ 50 นาที
- ในฤดูหนาวจะเปิดแสดง วันอังคาร ถึง วันศุกร์
- ปิด 29 ธันวาคม – 3 มกราคม
- ตรวจสอบวันเวลาแสดงที่เป็นปัจจุบันที่ลิ้งค์ซื้อตั๋วก่อนไปอีกทีนะคะ
ศาลเจ้ายาซากะ Yasaka Shrine และ Maruyama Park
Yasaka Shrine ตั้งอยู่สุดถนนย่านกิออน ที่ Yasaka Shrine นี้จะเห็นทั้งนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นเอง ทั้งชายและหญิง แต่งชุดกิโมโน กันมากมายเลยค่ะ สวยงาม แปลกตา ให้บรรยากาศของการมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจริงๆ ข้างในมีร้านให้เช่าชุดกิโมโน และ ร้านค้าหลายร้านเลยทีเดียว ทั้งยังมีพื้นที่ใหญ่มากๆ มีสวนมากมาย และ จุดถ่ายรูปเก๋ๆ อีกเพียบเลยค่ะ ทั้งเมื่อเดินเข้าไปเรื่อยๆ จะเดินไปถึง Maruyama Park ที่เป็นจุดชมดอกซากุระที่สวยมากเลยทีเดียว
- ค่าเข้า Yasaka Shrine : ไม่มี
- เวลาเปิด-ปิด Yasaka Shrine : 24 ชั่วโมง | เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน 09.00 – 17.00 น. | เข้าไปกราบไหว้ 09.00 – 16.00 น.
- ค่าเข้า Maruyama Park : ไม่มี
- เวลาเปิด-ปิด Maruyama Park : 24 ชั่วโมง





หมายเหตุ
ก่อนเดินทาง เที่ยวเกียวโต หยกขออนุญาตแนะนำให้เพื่อนๆ ตรวจสอบ ค่าเข้า วันเวลาเปิดปิด และ ข้อมูลต่างๆ ของแต่ละสถานที่อีกทีนะคะ ค่าเข้าอาจขึ้นได้ และ วันเวลาเปิดปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากตอนที่หยกเขียนบทความนี้ค่ะ โดยอาจขึ้นกับฤดูกาล, เทศกาล, วันสำคัญของญี่ปุ่น หรือ อาจมีการปิดปรับปรุงได้นะคะ
แผนเที่ยวเกียวโต 3 วัน : เที่ยวเกียวโต วันที่ 2 Shugakuin Imperial Villa พระตำหนักชุงะคุอิน (ห้ามพลาด) – Kyoto Tower – Shopping at Kyoto Station + Aeon Mall
Shugakuin Imperial Villa พระตำหนักชุงะคุอิน
โอ้โห! พระตำหนักชุงะคุอิน หรือ Shugakuin Imperial Villa นี่เป็นสถานที่ลับๆ ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จักเลยนะเนี่ย แต่สวยจนต้องร้องว้าว เหมือนได้เข้าไปในฉากละครย้อนยุคญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ หาโอกาสมาให้ได้ แล้วจะคุ้มค่าที่สุดค่ะ กับพระราชวังแบบโบราณของญี่ปุ่น และ สวนสวยๆ โดยรอบ ในการเข้าชมทุกครั้งจะมีไกด์ประจำของพระราชวังเป็นผู้นำทางอยู่เสมอ เราเดินเที่ยวชมเองโดยไม่มีไกด์ไม่ได้ค่ะ ซึ่งไกด์จะพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ แต่จะมีเครื่องบรรยายเสียงเป็นภาษาอังกฤษให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยค่ะ
- ค่าเข้า : ไม่มี แนะนำให้จองล่วงหน้า หาก walk-in แล้วเต็ม ก็อดเข้าชมค่ะ พกหนังสือเดินทางไปสำหรับลงทะเบียนเข้าด้วยนะคะ
- เวลาเปิด-ปิด : เปิดเข้าชม 5 รอบ/วัน: 9:00, 10:00, 11:00, 13:30 และ 15:00 (บรรยายภาษาญี่ปุ่น)
- วันปิดทำการ : ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (วันเสาร์คนไปเที่ยวค่อนข้างเยอะ ทัวร์อาจจะเต็ม แนะนำให้ไปวันจันทร์-ศุกร์)
- การเดินทาง : นั่งรถไฟ Eizan Line ลง สถานี Shugakuin Station เดินประมาณ 10-15 นาที





Kyoto Tower เกียวโตทาวเวอร์ หรือ Nidec Kyoto Tower – Kyoto Station
Kyoto Tower หรือ เกียวโตทาวเวอร์ แลนด์มาร์กสุดฮิตของเกียวโต อยู่ติดสถานีเกียวโตเลยค่ะ ลองทายซิว่าถ้าขึ้นไปบนนั้นแล้ว คุณจะเห็นอะไรบ้าง? รับรองว่าวิวสวยจนคุณอาจลืมกะพริบตาเลยล่ะ นอกจากจะมี หอสังเกตการณ์ ที่ความสูง 100 เมตร ที่เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์มุมกว้าง 360 องศาของตัวเมืองเกียวโตแล้ว ยังมีห้างสรรพสินค้าเกียวโตทาวเวอร์ซานโดะ Kyoto Tower Sandoโรงแรมเกียวโตทาวเวอร์ ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว ร้านอาหารร้านขายของที่ระลึก และ ร้านค้าอีกมากมาย
Kyoto Station ไม่ใช่แค่สถานีรถไฟนะคะ แต่เป็นสวรรค์ของนักช้อปด้วยค่ะ มีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อย่าง Isetan ที่มีทั้งแบรนด์ดังและของฝากเพียบ แถมยังมีร้านขนมญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Pablo ด้วยนะ ใครชอบชีสเค้กห้ามพลาดเลยค่ะ
- ค่าเข้า : 900 JPY
- เวลาเปิด-ปิด: หอสังเกตการณ์ Observation Deck 10.00 – 21.00 น. (เข้ารอบสุดท้ายเวลา 20.30 น.) เปิดตลอดปี
- การเดินทาง : เดินประมาณ 2 นาทีจากสถานีเกียวโต





หมายเหตุ
ก่อนเดินทาง เที่ยวเกียวโต หยกขออนุญาตแนะนำให้เพื่อนๆ ตรวจสอบ ค่าเข้า วันเวลาเปิดปิด และ ข้อมูลต่างๆ ของแต่ละสถานที่อีกทีนะคะ ค่าเข้าอาจขึ้นได้ และ วันเวลาเปิดปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากตอนที่หยกเขียนบทความนี้ค่ะ โดยอาจขึ้นกับฤดูกาล, เทศกาล, วันสำคัญของญี่ปุ่น หรือ อาจมีการปิดปรับปรุงได้นะคะ
แผนเที่ยวเกียวโต 3 วัน : เที่ยวเกียวโต วันที่ 3 Arashiyama Bamboo Forest – Kinkaku-ji – Ryoan-ji – Ninna-ji – Nijo Castle
Arashiyama Bamboo Forest ป่าไผ่อาราชิยามะ หรือ Arashiyama Bamboo Grove หรือ Sagano Bamboo Forest
ป่าไผ่อาราชิยามะ หรือ Arashiyama Bamboo Forest นี่ละ ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในฉากหนังจีนกำลังภายใน ลมพัดใบไผ่ดังซู่ซ่า เสียงนกร้องจิ๊บๆ จิ๊บๆ บรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกอีกใบเลยล่ะ ทั้งยังสามารถเที่ยวได้ตลอดปี ทุกฤดู ที่จะมีความสวยงามและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน นักท่องเที่ยว รวมทั้งคนญี่ปุ่นเอง นิยมแต่งชุดกิโมโน มาเดินชมป่าไผ่อาราชิยามะ มาสัมผัสความเป็นธรรมชาติกับชุดพื้นเมืองสวยๆ
- ค่าเข้า : ไม่มี
- เวลาเปิด-ปิด: เปิด 24 ชม.
- การเดินทาง : จากสถานี Kyoto: นั่งรถไฟสาย JR ไปลงสถานี Sagaarashiyama แล้วเดินอีก 10 นาที
- หรือ นั่งรถไฟสาย Hankyu ไปลงสถานี Arashiyama แล้วเดินอีก 15 นาที
วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji) หรือ วัดทอง (Golden Pavilion)
วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji) หรือ วัดทอง (Golden Pavilion) นี่คือไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด รู้มั้ยว่าวัดนี้เคยถูกเผาทำลายและสร้างใหม่หลายครั้ง คล้ายๆ กับวัดพระแก้วของบ้านเราเลยล่ะ แต่ที่นี่ปิดทองทั้งหลังเลยนะ จะสวยขนาดไหน ลองนึกภาพดูสิ วัดทองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยค่ะ ความสวยงามของปราสาททองคำซึ่งตระหง่านกลางสระน้ำ ได้รับการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และ มีแผ่นทองคำเปลวมากมายประดับประดาอยู่ตามผนัง ทั้งนี้ เราไม่สามารถเข้าชมภายในวัดได้นะคะ เพื่อนๆ จะได้เดินรอบนอกที่มีทางเดินชัดเจน โดยจะเดินไปตามทางเดียวกัน ไม่มีย้อนศรค่ะ เข้าไปแล้ว ย้อนกลับออกมาไม่ได้นะคะ วัดสวย รอบๆ ก็สวย บรรยากาศดี นักท่องเที่ยวเยอะมากๆ ค่ะ หากอยากได้รูปสวยๆ กับวัดทองกลางน้ำแบบไม่มีคนอื่นร่วมเฟรม ได้ภาพวัดทองสะท้อนผิวน้ำนิ่งๆ สวยจนต้องตะลึง แนะนำให้มาเช้าๆ นะคะ ได้รูปสวยแน่นอน
- ค่าเข้า : 400 JPY
- เวลาเปิด-ปิด : 09.00 – 17.00 น.
- การเดินทาง : สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดจะเป็น Kitanohakubaicho Station จากนั้นต่อรถหมายเลข 204, 205 ลงป้าย Kinkakujimichi แล้วเดินเข้าวัด





Ryoan-ji Temple วัดเรียวอันจิ
วัดเรียวอันจิ หรือ Ryoan-ji Temple มรดกโลกที่จะทำให้เพื่อนๆ รู้สึกสงบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น สวนหินญี่ปุ่นที่นี่จะทำให้เพื่อนๆ รู้สึกถึงความเย็นของหิน กลิ่นหอมของต้นไม้ และ เสียงน้ำไหลเบาๆ ที่ช่วยให้จิตใจสงบ ไปชมความงามของสวยหินแบบญี่ปุ่น ที่ต้องมาพร้อมกับสมาธิ นั่งเพลินๆ มีสติตลอดเวลา ชมสวนสวยๆ ชมสถาปัตยกรรมอันโบราณ ก็เป็นอีกการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนจริงๆ นะคะ
- ค่าเข้า : 600 JPY
- เวลาเปิด-ปิด : มีนาคม – พฤศจิกายน 08.00 – 17.00 น., ธันวาคม – กุมภาพันธ์ 08.30 – 16.30 น.
Ninna-ji Temple วัดนินนาจิ
วัดนินนาจิ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นกันค่ะ ชมความงามของสวยหินแบบญี่ปุ่น ที่ผ่อนคลายที่สุด นั่งเพลินๆ ชมสวนสวยๆ ชมสถาปัตยกรรมอันโบราณ ทั้งยังเป็นอีกจุดสำหรับการชมซากุระ ได้สวยสดงดงามที่สุด คือช่วงประมาณกลางเดือนเมษายนค่ะ
- ค่าเข้า : 500 JPY
- เวลาเปิด-ปิด : มีนาคม – พฤศจิกายน 09.00 – 17.00 น. (ช่วงฤดูซากุระเปิดให้บริการ 08.00 – 17.00 น.), ธันวาคม – กุมภาพันธ์ 09.00 – 16.30 น.
Nijo Castle ปราสาทนิโจ
ปราสาทนิโจ หรือ Nijo Castle นี่ละ ที่จะทำให้เพื่อนๆ รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปเป็นซามูไรในยุคเอโดะ ลองจินตนาการว่าเพื่อนๆ กำลังเดินย่องเท้าบนพื้นไม้ที่ส่งเสียงร้องเอี๊ยดอ๊าด เหมือนในหนังซามูไรเลย สนุกแน่นอน ปราสาทนิโจ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นกันค่ะ เป็นปราสาทสถาปัตยกรรมญี่ปุ่น ที่มีป้อมปราการที่เรียงตัวกันเป็นวงแหวนสองชั้น แต่ละชั้นจะมีทั้งกำแพงและคูน้ำกว้าง และ มีกำแพงล้อมรอบพระราชวัง บริเวณรอบๆ ยังสระน้ำและสวนหย่อมอีกจำนวนมาก
- ค่าเข้า : ชมพระราชวัง 1,300 JPY | เข้าเขตพื้นที่แต่ไม่เข้าชมพระราชวัง 800 JPY
- เวลาเปิด-ปิด : 08.45 – 1700 น. (เวลาเข้าชมรอบสุดท้าย 16.00 น.), พระราชวัง : 09.00 – 16.00 น. | พระราชวัง ปิดทุกวันอังคารของเดือนมกราคม, กรกฎาคม, สิงหาคม และ ธันวาคม (แต่ถ้าวันอังคารที่ควรปิดนี้เป็นวันหยุด ก็จะปิดวันถัดไปแทนค่ะ) และ ปิดวันที่ 26 – 28 ธันวาคม และ 1 – 3 มกราคมของทุกปี
- ปราสาทนิโจ ปิดวันที่ 29 – 31 ธันวาคมของทุกปี
- หากไปในวันที่พระราชวังปิด ก็จะสามารถเข้าในเขตพื้นที่ได้ ค่าเข้า 800 JPY แต่ไม่สามารถเข้าชมพระราชวังได้ค่ะ
หมายเหตุ
ก่อนเดินทาง เที่ยวเกียวโต หยกขออนุญาตแนะนำให้เพื่อนๆ ตรวจสอบ ค่าเข้า วันเวลาเปิดปิด และ ข้อมูลต่างๆ ของแต่ละสถานที่อีกทีนะคะ ค่าเข้าอาจขึ้นได้ และ วันเวลาเปิดปิดอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากตอนที่หยกเขียนบทความนี้ค่ะ โดยอาจขึ้นกับฤดูกาล, เทศกาล, วันสำคัญของญี่ปุ่น หรือ อาจมีการปิดปรับปรุงได้นะคะ





4. แนะนำ โรงแรม ที่พัก เกียวโต Kyoto ใกล้สถานีรถไฟ ราคาไม่แพง
ที่พัก เกียวโต Kyoto : เที่ยวเกียวโต พักที่ไหนดี ที่พักทำเลดี ราคาไม่แพง พันปลายๆ ก็มีเยอะแยะนะคะ ทั้งนี้ ราคาที่พักเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละฤดูกาล แต่ละเทศกาล และ แต่ละอัตราแลกเปลี่ยน จะแตกต่างกันนะคะ
เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบพักที่ที่มีบรรยากาศอบอุ่นแบบโฮสเทลแต่สะดวกสบายแบบโรงแรม หยกแนะนำที่นี่เลยค่ะ Imu Hotel Kyoto ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานี Karasuma เดินทางไปช้อปปิ้งหรือเที่ยว Gion ก็ง่ายมาก แถมมีคาเฟ่เล็กๆ ข้างล่างให้นั่งชิลด้วย ราคาต่อคืนเริ่มประมาณ 1,500–2,500 บาท ถือว่าคุ้มมากสำหรับทำเลกลางเมืองแบบนี้ค่ะ
ที่นี่คือความลงตัวของดีไซน์เก๋ๆ และความสะดวกสบายสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัย อยู่ในย่าน Shijo ใกล้ตลาดนิชิกิและร้านอาหารท้องถิ่นแบบเดินถึงได้ เหมาะกับเพื่อนๆ ที่อยากสัมผัสเกียวโตในมุมของคนโลคอล ราคาประมาณ 2,000–3,000 บาทต่อคืน แต่บอกเลยว่าคุ้มกับคุณภาพและบรรยากาศแน่นอนค่ะ
ใครที่อยากพักที่เงียบๆ แต่ยังอยู่ใจกลางเมือง หยกแนะนำ insomnia Kyoto Oike เลยค่ะ เป็นโรงแรมเล็กๆ ที่ตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่ดูดี มีความมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น อยู่ใกล้สถานี Karasuma Oike มาก เดินไปปราสาทนิโจหรือย่าน Kawaramachi ก็สบายๆ ราคาประมาณ 2,000–2,800 บาทต่อคืนค่ะ
ที่พักสไตล์อพาร์ตเมนต์ที่อบอุ่นมากๆ เหมาะกับเพื่อนๆ ที่มาเป็นคู่หรือมากันเป็นกลุ่มเล็กๆ มีครัวเล็กให้ใช้ด้วย อยู่ในย่านที่เงียบสงบ เดินทางสะดวกด้วยรถบัสและรถไฟใต้ดิน ราคาประมาณ 2,500–3,500 บาทต่อคืน คุ้มมากถ้าหารกันหลายคนค่ะ
ชื่อก็น่ารักแล้วใช่มั้ยคะ ที่นี่เป็นเรียวกังเล็กๆ ที่มีทั้งห้องแบบญี่ปุ่นและแบบตะวันตกให้เลือก อยู่ไม่ไกลจากสถานี Tambaguchi เงียบสงบแต่เดินไปย่านหลักๆ ก็ไม่ยากเลย ที่สำคัญมีบ่อออนเซ็นให้แช่ตอนเย็นด้วยนะคะ ฟินสุด ราคาต่อคืนประมาณ 2,000–3,000 บาท แล้วแต่ประเภทห้องค่ะ
ใครที่อยากสัมผัสเกียวโตในมุมที่เงียบสงบและเป็นท้องถิ่นจริงๆ ที่นี่เหมาะมากค่ะ บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านญี่ปุ่น มีสวนเล็กๆ ให้พักใจ อยู่ทางตอนใต้ของเมือง แต่เดินทางเข้าตัวเมืองได้ง่าย ราคาประมาณ 1,800–2,500 บาทต่อคืน เหมาะกับเพื่อนๆ ที่อยากพักผ่อนจริงๆ ค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ ชอบที่ไหนเป็นพิเศษ ลองจองล่วงหน้าไว้เลยนะคะ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสี ที่พักเต็มเร็วมาก หยกเชียร์ให้เลือกที่ตรงกับสไตล์การเที่ยวของตัวเอง แล้วเกียวโตจะกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่ในใจเพื่อนๆ ไปอีกนานเลยค่ะ
เกียวโต Kyoto นี่เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดเมืองแห่งวัฒนธรรมที่จะเกี่ยวใจคุณไว้แน่นอนค่ะ ไม่มาไม่ได้แล้ว! ทั้งยังเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น จึงเหมาะที่สุดกับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง และ ชอบเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นโบราณ เพราะ ที่ เกียวโต นี้ มีวัด ศาลเจ้า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ให้ขอพรพร้อมชมความงามเพียบเลยค่ะ
เป็นอย่างไรบ้างคะ เพื่อนๆ คงได้ไอเดีย เที่ยวเกียวโต กับ แผนเที่ยวเกียวโต 3 วันเต็มๆ ก็ไปได้หลายที่ฮิต ไฮไลท์ห้ามพลาด และ หลายมรดกโลกมากๆ เลยนะคะ รวมทั้ง ข้อมูล การเดินทาง เกียวโต และ ที่พัก เกียวโต ราคาไม่แพง ทำเลดีๆ เดินทางง่าย หากเพื่อนๆ มีคำถาม หรือ ข้อสงสัยใดๆ หรือ อยากแบ่งปันข้อมูล หรือ ให้คำแนะนำใดๆ คอมเม้นต์ได้เลยที่ช่องคอมเม้นต์ที่ด้านล่างนะคะ


มีข้อสงสัย คำถาม หรือ อยากแชร์เรื่องเที่ยว คอมเม้นต์ที่ช่องนี้ได้เลยค่ะ